2026

ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับปีศาจ โฟคาลอร์ (Focalor)

ปีศาจ โฟคาลอร์ (Focalor)  เป็นหนึ่งในปีศาจที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Ars Goetia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตำรา The Lesser Key of Solomon อันเป็นคัมภีร์ปีศาจวิทยาที่สำคัญที่สุดในยุโรปยุคกลาง

เขาถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 41 และดำรงตำแหน่งเป็น “ดยุคแห่งนรก”  ควบคุมกองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลถึง 30 กองร้อย ด้วยพลังที่เกี่ยวข้องกับลม พายุ และท้องทะเล ทำให้โฟคาลอร์เป็นหนึ่งในปีศาจที่ทั้งน่าเกรงกลัวและลึกลับที่สุด

 

โฟคาลอร์ปรากฏตัวในรูปของ มนุษย์ร่างใหญ่ที่มีปีกของครุฑหรือเหยี่ยวทะเล

บางตำรากล่าวว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นราวกับผู้ถูกสาปให้จมอยู่ในความเจ็บปวดชั่วนิรันดร์ ปีกของเขามีลักษณะเหมือนผืนคลื่นสีน้ำเงินเข้ม

และเมื่อเขากางปีกออกพายุและลมแรงจะพัดรุนแรงไปทั่วบริเวณ ทำให้เกิดภาพของปีศาจที่เข้ามาพร้อมความหายนะจากท้องทะเล

 

ในบางสำนักเชื่อว่าโฟคาลอร์คือ “ดวงวิญญาณนักรบทะเลที่ถูกสาป” หรือเป็น “เทวะเก่าแก่ของทะเลที่กลายเป็นปีศาจ”

หลังพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับพลังทิพย์ฝ่ายสวรรค์ ความเชื่อนี้สะท้อนถึงลักษณะของเขาที่เดิมทีอาจเคยเป็นผู้พิทักษ์น้ำ แต่ต่อมาถูกทำให้กลายเป็นผู้ทำลาย

 

โฟคาลอร์ขึ้นชื่อในด้านอำนาจที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำและลม โดยเฉพาะความสามารถในการ  ทำให้เรือจม  ปลุกพายุและพัดลมนรกให้เกิดคลื่นยักษ์    จมน้ำศัตรูของผู้เรียก   ทำลายกองทัพศัตรูด้วยพลังแห่งทะเล

 

ในคัมภีร์ Ars Goetia  ระบุว่าเขาสามารถจมเรือได้เพียงแค่ต้องการ และสามารถฆ่ามนุษย์จำนวนมากด้วยพลังน้ำได้

แต่มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ตำราระบุว่าเขา “จะไม่ฆ่ามนุษย์ หากไม่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากผู้เรียก” ราวกับว่าเขาเป็นปีศาจที่มีความโกรธพอสมควร แต่ยังคงมี “ข้อตกลงแห่งคำสาบาน” บางอย่างจำกัดพลังการฆ่าของเขา

 

หนึ่งในตำนานที่โดดเด่นเกี่ยวกับโฟคาลอร์คือความเชื่อที่ว่า หลังจากถูกอัญเชิญครบ 1,000 ปี เขาจะได้รับการปลดปล่อยจากความชั่วร้าย

และกลับคืนสู่แสงสว่าง บางตำราอธิบายว่าเขาเป็นวิญญาณที่ถูกลงโทษผิดพลาด หรือเป็นเทวะโบราณที่ไม่สมควรถูกตีตราว่าเป็นปีศาจ จึงมีโอกาสที่จะกลับสู่ความบริสุทธิ์ได้ ความเชื่อนี้ทำให้โฟคาลอร์เป็นหนึ่งในปีศาจไม่กี่ตนที่มี “เส้นทางแห่งการไถ่บาป” อยู่ในตำนานของตน

 

ในช่วงยุโรปยุคกลางที่การเดินเรือเป็นเรื่องอันตราย คนเรือมักโทษพายุที่พัดฉับพลันหรือเรือที่จมโดยไร้สาเหตุว่าเป็นฝีมือของโฟคาลอร์ นักเดินเรือบางคนถึงกับวาดสัญลักษณ์คุ้มครองบนกราบเรือเพื่อป้องกันปีศาจทะเลนี้ บางตำนานกล่าวว่าหากชื่อของโฟคาลอร์ถูกพูดขึ้นในยามทะเลคลุ้มคลั่ง พายุจะโหมแรงขึ้นราวกับเขาได้ยินเสียงเรียก

 

ในแง่สัญลักษณ์ โฟคาลอร์มักถูกตีความว่าเป็นตัวแทนของ  ความวุ่นวายเหนือธรรมชาติของทะเล  ความตายที่ควบคุมไม่ได้

พลังธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจต้านได้   ความโกรธของสิ่งที่ถูกกดขี่หรือถูกสาป

 

ปัจจุบัน โฟคาลอร์ถูกนำไปใช้ในเกม นวนิยาย และอนิเมะจำนวนมาก โดยมักถูกนำเสนอเป็น “ปีศาจแห่งทะเล” ผู้ทรงพลัง หรือเทพแห่งพายุที่ถูกกดขี่ ตัวละครสมัยใหม่หลายตัวอ้างอิงรูปลักษณ์มีปีกคล้ายนกทะเลและใช้พลังน้ำจมหรือทำลายทุกสิ่ง

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว

เปิด 3 อันดับกีฬาที่ช่วยเบิร์นไขมันได้ดีมากๆ

เปิด 3 อันดับกีฬาที่ช่วยเบิร์นไขมัน ขึ้นชื่อว่าเรื่องของการเล่นกีฬา คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าการเล่นกีฬานั้นสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงได้เพียงอย่างเดียว

แต่รู้หรือไม่ว่าการเล่นกีฬา สามารถให้ประโยชน์มากมายต่อสุขภาพร่างกายของเราได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทางการป้องกันโรค การช่วยเผาผลาญไขมัน การกระตุ้นการทำงานของอวัยวะหรือระบบต่างๆภายในร่างกาย

การบรรเทาความเครียด การสร้างความสนุกสนาน รวมไปจนถึงการช่วยในการลดน้ำหนัก ซึ่งการออกกำลังกายก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยดีดีที่สามารถช่วยเบิร์นไขมันและทำให้การลดน้ำหนักของเรามีประสิทธิภาพได้

ซึ่งในส่วนนี้หลายหลายคนก็มักที่จะมองข้าม ฉะนั้น การที่เราจะเริ่มต้นเล่นกีฬาบางประเภทเราก็ควรที่จะมีจุดมุ่งหมายหรือมีเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเล่นกีฬา เพื่อให้การเล่นกีฬานั้นมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อเรา

หากใครที่ต้องการที่จะลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกายหรือต้องการที่จะเบิร์นไขมัน ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป

เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำกิจกรรมกีฬาที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ยังช่วยเบิร์นไขมันภายในร่างกายได้ดีมากๆ แล้วยังเหมาะสำหรับคนที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักหรือคนที่ต้องการสร้างทุกแรกที่ดีอีกด้วย จะมีกีฬาประเภทไหนบ้างไปดูกันเลย

1.กีฬาปีนเขา

เป็นหนึ่งในกิจกรรมกีฬาแอดเวนเจอร์ที่ได้รับความนิยมและเรียกได้ว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นกีฬาที่มีความอันตรายหรือต้องใช้พลังงานร่างกายค่อนข้างเยอะ แต่รู้หรือไม่ว่า

หากเราเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นประจำเราจะไม่เพียงแต่ได้ความท้าทายหรือ ได้ความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้น

แต่กีฬาประเภทนี้ยังช่วยเบิร์นไขมันภายในร่างกายได้ดีมากๆ ซึ่งหากเราเล่นเป็นประจำก็จะสามารถเสริมสร้างรูปร่างที่ดี เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับเราได้นั่นเอง ยิ่งถ้าใครต้องการลดน้ำหนักการเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นประจำช่วยได้อย่างแน่นอน

2.กีฬาต่อยมวย

เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ต้องใช้พลังงานและแรงของร่างกายเยอะมากๆ แถมยังเป็นกีฬาที่ช่วยเบิร์นไขมันและช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีมากๆอีกด้วย

ซึ่งกีฬาต่อยมวยเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมและมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก หากใครที่ต้องการลดน้ำหนักหรือต้องการเผาผลาญไขมัน กีฬาต่อยมวยเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ไม่ควรมองข้าม

3.กีฬาเต้นแอโรบิก

ถึงแม้ว่ากีฬาประเภทนี้จะดูเป็นกีฬาที่ธรรมดา และไม่เน้นการใช้แรงของร่างกายเยอะ แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้น กีฬาเต้นแอโรบิกเป็นกีฬาที่สามารถช่วยเบิร์นไขมันได้ดีมากๆ

เพราะเป็นกีฬาที่เราจะต้องเคลื่อนไหวร่างกายหรือขยับร่างกายอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการใช้ท่าทางต่างๆในระหว่างการเล่นกีฬา จึงทำให้ร่างกายของเราไม่ว่าจะส่วนไหนก็ตามสามารถเผาผลาญและเบิร์นไขมันได้นั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่

เมืองเชียงคาน เลย มีที่เที่ยวอะไรที่น่าสนใจ้บาง

 

เมืองเชียงคาน เลย เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเลย ประเทศไทย มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย นี้คือบางสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณอาจสนใจ

1.เขาภูหินล่องกล้า (Phu Kheejokoot): เป็นที่ท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลหมอกและเขาหลวง. นอกจากนี้ยังมีวัดน่ารักที่ตั้งอยู่ในปราสาทที่ยูนิค

 

2.น้ำตกหินลาด (Hin Lad Waterfall): น้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่ในป่าเขาที่สมบูรณ์แบบ, มีบรรยากาศสงบเงียบที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน

 

3.บ้านโฮมสเตย์ท้องถิ่น: มีโอกาสที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและทานอาหารท้องถิ่นที่อร่อย.

 

4.ดอยหลวง (Doi Luang): เชียงคานยังมีเทือกเขาที่สูงมาก, ดอยหลวงเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่

 

5.ตลาดเชียงคาน: ตลาดท้องถิ่นที่นี่มีของที่ระลึกและสินค้าท้องถิ่นที่น่าสนใจ

 

6.สวนสัตว์เชียงคาน (Chiang Khan Zoo): สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัว, มีสัตว์ต่างๆ ที่น่ารัก

นอกจากนี้, เชียงคานยังมีงานเทศกาลและกิจกรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจในหลายๆ ช่วงเวลา. การสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการเดินทางจะช่วยให้คุณสามารถเลือกที่ท่องเที่ยวที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น

เชียงคาน จังหวัดเลย มีเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวทั้งปี แต่สภาพอากาศและประสบการณ์การท่องเที่ยวอาจมีความแตกต่างตามฤดูกาล ดังนี้คือบางข้อเสนอสำหรับการเที่ยวเชียงคานตลอดปี

 

1.ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์): เป็นช่วงเวลาที่เย็นสบาย, มีทะเลหมอกที่สวยงามบนเขาหลวง. นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวดอยหลวง

 

2.ฤดูร้อน (เมษายน – สิงหาคม): เป็นช่วงเวลาที่อากาศอบอุ่น, เหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวและเพื่อชมวิวทิวทัศน์

 

3.เทศกาลไหว้พระจันทร์ (ตุลาคม): ช่วงนี้เชียงคานจัดงานไหว้พระจันทร์ที่ดีนอน, ที่นี่จะได้รับประสบการณ์การชมพระจันทร์แบบไม่ต้องออกจากเมือง

 

4.งานเทศกาลลอยกระทง (เดือน 11): งานเทศกาลท้องถิ่นที่น่าสนใจ, มีการลอยกระทงที่แสนสวยงามบนแม่น้ำโขง

สำหรับการเดินทางเชียงคาน, ควรตรวจสอบสภาพอากาศและกิจกรรมท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คุณวางแผนที่จะเยือน

 

การเดินทางไปเชียงคาน จังหวัดเลย สามารถทำได้โดยทางทางทางบกหรือทางอากาศ ต่อไปนี้คือวิธีการเดินทางทั้งสอง

การเดินทางทางบก

1.การขับรถส่วนตัวหรือรถเช่า:จากกรุงเทพฯ: นำรถขับทางทิศเหนือไปทางทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ไปจนถึงนครสวรรค์, จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ทางหลวงภายในประเทศ) ไปทางทิศเหนือ-ตะวันออกไปยัง  hoiana   จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร, การขับรถจะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

 

2.การเดินทางทางรถประจำทาง:มีรถทั้งแบบแอร์และแบบไม่มีแอร์ที่ให้บริการจากกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ในประเทศ ตรวจสอบตารางเวลาและสถานที่ต้นทางที่สถานีขนส่งของท่าอากาศยานหรือสถานีขนส่งท้องถิ่น

 

การเดินทางทางอากาศ:

เทคนิคการเดินทาง:ตรวจสอบตารางเที่ยวบินหรือรถบัสล่วงหน้าและจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อความสะดวกตรวจสอบสภาพอากาศและถนนก่อนการเดินทาง, โดยเฉพาะในฤดูฝน

สำรวจแผนที่เพื่อทราบเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสนใจ

มีอะไรกับแฟนแล้วปวดท้องน้อย ผิดปกติไหม? 

มีอะไรกับแฟนแล้วปวดท้องน้อย หลังจากนั้น อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติหรือไม่ และอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพหรือไม่ การปวดท้องน้อยหลังจากมีเพศสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการตรวจสอบ  

มีอะไรกับแฟนแล้วปวดท้องน้อย ผิดปกติไหม? 

สาเหตุที่พบบ่อย  

  1. การหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก 

   หลังการมีเพศสัมพันธ์ ร่างกายอาจเกิดการหดตัวของมดลูก ซึ่งอาจส่งผลให้รู้สึกปวดท้องน้อยคล้ายกับอาการปวดระหว่างมีประจำเดือน อาการนี้เกิดจากการกระตุ้นทางเพศหรือการถึงจุดสุดยอด และมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง  

 

  1. การเสียดสีหรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ  

   หากมีการเสียดสีที่มากเกินไป หรือการไม่มีสารหล่อลื่นเพียงพอ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณช่องคลอดและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดหรือแสบ 

 

  1. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs)  

   หากคุณหรือคู่ของคุณมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม ซิฟิลิส หรือเริม อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยหลังมีเพศสัมพันธ์  

 

  1. การอักเสบในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID) 

   เป็นภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาการที่พบได้บ่อยคือปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ และมีไข้  

 

  1. ซีสต์ในรังไข่ (Ovarian Cysts)  

   ซีสต์ที่รังไข่สามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกดดันหรือกระแทกในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์  

 

  1. ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) 

   ภาวะนี้เกิดจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไปอยู่ในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น ในอุ้งเชิงกรานหรือรังไข่ ส่งผลให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงทั้งก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์  

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ 

หากอาการปวดท้องน้อยหลังมีเพศสัมพันธ์เป็นเพียงครั้งคราวและไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องกังวล แต่หากพบว่าอาการนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย:  

– มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด  

– มีตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นหรือผิดปกติ  

– มีไข้หรือรู้สึกหนาวสั่น  

– ปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวัน  

 

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น  

– หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงหรือถี่เกินไป  

– ใช้สารหล่อลื่นเมื่อรู้สึกแห้งเพื่อป้องกันการเสียดสี  

– ดื่มน้ำมาก ๆ และรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศ  

– หากมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัย  

 

การปวดท้องน้อยหลังมีเพศสัมพันธ์อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย บางกรณีเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่ต้องกังวล แต่ในบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ควรได้รับการรักษา หากคุณมีความกังวลหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพทางเพศที่ดีและความปลอดภัยในระยะยาว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

ตำนานอาร์ดแองเจิล (Archangel)ของศาสนาคริสต์ 

ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์  จะไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ในคัมภีร์ใบเบิล ได้มีการพูดถึงนางฟ้าหรือ อาร์ดแองเจิล (Archangel) เอาไว้หลายคนด้วยกัน

ซึ่งอันที่จริงแล้ว    ในยุคโบราณ เมื่อโลกยังเต็มไปด้วยความวุ่นวายและมนุษย์ยังสับสนในความดีความชั่ว พระผู้เป็นเจ้าได้สร้างสิ่งทรงพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาทูตสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่หรือที่เรียกว่า อาร์ดแองเจิล เพื่อเป็นผู้พิทักษ์ และเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และอำนาจของพระองค์

 

ตามพระคัมภีร์ไบเบิล ทูตสวรรค์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงผู้ส่งสารธรรมดา แต่เป็นนักรบผู้ทรงฤทธิ์ มีหน้าที่รักษาคำสั่งของพระเจ้าและต่อสู้กับความมืด บทบาทของพวกเขาปรากฏในหลายตอน เช่น ใน หนังสือดาเนียล

มีการกล่าวถึง กาบรีเอล (Gabriel) ว่าเป็น “หนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญของพระเจ้า” ที่ช่วยเผยพระวจนะและให้ความกระจ่างแก่มนุษย์ กาบรีเอลเป็นทูตผู้สื่อสารความจริงของพระเจ้า โดยเฉพาะเมื่อประกาศข่าวประเสริฐเกี่ยวกับการเกิดของพระเยซูคริสต์แก่พระนางมารีย์

 

อีกหนึ่งอาร์ดแองเจิลผู้โด่งดังคือ ไมเคิล (Michael) พระนักรบแห่งสวรรค์ที่ถูกกล่าวถึงใน วิวรณ์  ว่า “ไมเคิลและทูตของเขาต่อสู้กับมังกร… และมังกรถูกโค่นลง” ไมเคิลเป็นผู้พิทักษ์แห่งประชากรของพระเจ้า และถือเป็นผู้ปกป้องความเชื่อที่แท้จริงจากพลังมืดและปีศาจ

นอกจากนี้ยังมี ราเฟเอล (Raphael) ที่ปรากฏใน หนังสือทูเบีย ราเฟเอลถูกส่งมาเพื่อรักษาผู้ป่วยและนำทางมนุษย์ไปสู่ความถูกต้อง ชื่อของเขาหมายถึง “พระเจ้ารักษา” ซึ่งสะท้อนถึงหน้าที่ของอาร์ดแองเจิลในการนำความหวังและความรอดมาให้

 

ในตำนานเล่าขานว่า อาร์ดแองเจิลแต่ละองค์มีภารกิจเฉพาะตนที่เชื่อมโยงกับองค์ประกอบของโลกและจิตวิญญาณมนุษย์ พวกเขาปรากฏต่อผู้ศรัทธาในยามวิกฤต เช่น การต่อสู้กับอธรรม การชี้ทางให้ผู้คนกลับคืนสู่หนทางแห่งความดี และการเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างที่ไม่เคยดับ

 

บางเรื่องเล่าว่าในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด หากมนุษย์ตั้งใจสวดอ้อนวอนด้วยใจบริสุทธิ์ อาร์ดแองเจิลจะเข้ามาใกล้ เสมือนมีแสงสีเงินส่องผ่านความมืด เป็นการเตือนใจว่าพลังแห่งความดีและพระเจ้าคู่กับผู้ที่ศรัทธาเสมอ

 

อาร์ดแองเจิลจึงมิใช่เพียงตัวละครในนิทาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจของพระเจ้า เชื่อมโยงระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ พวกเขาคือผู้พิทักษ์แห่งความเชื่อและผู้นำทางสู่ความรอด ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาในพระคัมภีร์ไม่เพียงเตือนใจเราถึงความดี แต่ยังสอนให้มนุษย์ยืนหยัดในความเชื่อ แม้ท่ามกลางความมืดและอธรรม

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี

ประวัติความเป็นมาของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) เยาวราช

 

ประวัติความเป็นมาของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) เยาวราช

วัดเล่งเน่ยยี่ หรือชื่อทางการว่า วัดมังกรกมลาวาส เป็นหนึ่งในวัดจีนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนมาหลายชั่วอายุคน ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม และความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและศาสนา 

 

วัดเล่งเน่ยยี่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยคหบดีชาวจีนฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วที่ตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์และแรงงานเพื่อก่อสร้างวัดแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนชาวจีน 

 

ชื่อ “เล่งเน่ยยี่”  แปลว่า วัดมังกรบัว สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรือง ขณะที่ชื่อไทยว่า วัดมังกรกมลาวาส มีความหมายคล้ายกัน โดย “มังกร” หมายถึงความแข็งแกร่งและอำนาจ ส่วน “กมลาวาส” หมายถึงสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์และศรัทธา 

 

วัดเล่งเน่ยยี่สร้างขึ้นตามแบบแผนสถาปัตยกรรมจีนแท้ๆ โดยได้รับอิทธิพลจากวัดจีนในมณฑลกวางตุ้ง โดยมีจุดเด่นคือ

– ซุ้มประตูทางเข้า ที่ประดับลวดลายมังกรและป้ายอักษรจีนที่แสดงถึงชื่อวัด 

– อาคารหลักของวัด หรือวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเทพเจ้าสำคัญต่างๆ โดยมีหลังคาสีแดงกระเบื้องเคลือบลวดลายมังกร

– เสาหินแกะสลักลวดลายมังกรพันเสา เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง

– ภายในตกแต่งด้วยศิลปะจีนแบบโบราณ มีจิตรกรรมฝาผนังและเครื่องบูชาแบบจีนดั้งเดิม

 

เทพเจ้าสำคัญภายในวัด

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าจีนหลายองค์ที่ผู้คนให้ความเคารพศรัทธา ได้แก่

– พระศรีศากยมุนี (พระพุทธเจ้า)

– พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม)

– ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา

– หมอฮั่วท้อ เทพแห่งการรักษาโรค

– เจ้าพ่อกวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และความยุติธรรม 

 

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการ แก้ปีชง ตามความเชื่อของชาวจีน โดยมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาไหว้เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ยในช่วง ตรุษจีนเพื่อขอพรให้ชีวิตราบรื่นและพ้นเคราะห์ นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมทางศาสนาจีน เช่น พิธีสะเดาะเคราะห์ แก้ชง และการไหว้เจ้าในเทศกาลสำคัญต่างๆ

 

นอกจากเป็นศูนย์กลางทางศาสนาแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ยังมีบทบาทสำคัญในชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาและการกุศล เช่น การแจกข้าวสารและอาหารแก่ผู้ยากไร้ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจีนมักแวะเวียนมาเยี่ยมชม

 

ปัจจุบันวัดเล่งเน่ยยี่ยังคงเป็นหนึ่งในวัดที่มีผู้คนเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมี  ฮอยอาน่า    วัดในเครือเดียวกัน ได้แก่ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 (วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์) ที่นนทบุรี และ วัดเล่งเน่ยยี่ 3 ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับจำนวนผู้ศรัทธาที่เพิ่มขึ้น 

 

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นมากกว่าวัดจีนในเยาวราช แต่เป็นศูนย์กลางศาสนา วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมที่งดงาม และความเชื่อทางศาสนา วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทั้งในแง่ของศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทย

2 ชายหาดจันทบุรีที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นอายเขตร้อน   

2 ชายหาดจันทบุรีที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นอายเขตร้อน   

แนวชายฝั่งของเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยชายหาดที่ดีที่สุด และนักท่องเที่ยวยังไม่เคยค้นพบอัญมณีเม็ดงามแห่งนี้ในภาคตะวันออกของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเพียงการแอบดูชายหาดที่ดีที่สุดของจันทบุรี

1.หาดเจ้าหลาว  

หาดเจ้าหลาวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดฝั่งนี้ถือเป็นภาพแห่งความสงบและสันติสุข แม้ว่าจะเป็นที่นิยม แต่คุณจะพบนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากในแต่ละครั้งบนชายหาดแห่งนี้ ซึ่งมีน้ำทะเลใสราวคริสตัลและบรรยากาศเงียบสงบ ต้นมะพร้าวที่เรียงรายเป็นทิวแถวให้ร่มเงาแก่ผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนและดื่มด่ำกับทิวทัศน์ทั้งหมด  

สำหรับผู้ที่ชอบผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ สามารถนั่งบานาน่าโบ๊ทดำน้ำชมแนวปะการังอันงดงามได้ ส่วนใครที่ดำน้ำไม่เป็นหรือไม่อยากดำน้ำก็จะมีเรือท้องกระจกผ่าน 

 

ซึ่งคุณสามารถชื่นชมชีวิตใต้ท้องทะเลที่สวยงามของชายหาดที่สวยงามแห่งนี้ นอกจากนี้เนื่องจากน้ำในชายหาดแห่งนี้ค่อนข้างตื้น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี อีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครทราบก็คือทริปตกปลาหมึกตอนกลางคืน  

หากจับได้ก็อนุญาตให้ย่างและรับประทานสดๆ บนเรือได้ แต่จะจัดขึ้นเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤษภาคมเท่านั้น ดังนั้นหากมาช่วงนั้นก็ควรสัมผัสประสบการณ์นี้อย่างแน่นอน

คุณสามารถพักผ่อนในร้านอาหารสักแห่งบนชายหาดได้ คุณจะได้รับอาหารให้เลือกมากมายโดยเฉพาะอาหารทะเลในราคาที่ดีที่สุดและอร่อยเช่นเคย มีตัวเลือกมากมายแม้ว่าคุณจะต้องการพักค้างคืนที่นั่นก็ตาม เนื่องจากมีรีสอร์ทมากมายที่ให้บริการที่ดีที่สุด   

 

2.หาดคุ้งวิมาน  

ชายหาดแห่งนี้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเป็นหนึ่งในชายหาดเหล่านั้นที่คุณสามารถพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน ใต้ร่มเงาของต้นไม้มากมาย และเพียงจ้องมองทะเล มันน่าทึ่งและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน แม้ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์อาจมีผู้คนหนาแน่นเล็กน้อย

แต่วันธรรมดาเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมชายหาดเล็กๆ และสะอาดแห่งนี้   ขณะที่ลมทะเลพัดกระทบใบหน้าของคุณ ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ

 

ซึ่งคุณจะได้เห็นที่นี่ ทรายสีทองและน้ำทะเลใสทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้มาที่ชายหาดเล็กๆ แห่งนี้ในจันทบุรี หากคุณรู้สึกเบื่อจนเราสงสัยว่าคุณจะรู้สึกเบื่อ คุณสามารถลองตกปลาได้ มีปลาหลากหลายชนิดที่คุณจะได้พบกับที่นี่

สิ่งที่ทำให้ชายหาดน่าขบขันมากขึ้นคือชิงช้าที่เกาะอยู่บนต้นไม้ซึ่งคุณสามารถนั่งเล่นชิงช้าได้ ที่นี่ก็ไม่มีร้านอาหารขาดแคลนเช่นกัน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอาหารไปยังที่ที่คุณนั่งอยู่ในขณะที่คุณชมวิว มีรีสอร์ทอยู่ไม่กี่แห่งหากคุณตัดสินใจพักค้างคืน

ซึ่งก็น่าจะควรทำ เพราะไม่ใช่ทุกวันที่คุณจะตื่นขึ้นมาเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ อย่าคาดหวังว่าจะมีกิจกรรมอื่นๆ บนชายหาดแห่งนี้ เนื่องจากไม่มีเลย นี่เป็นสถานที่เพียงเพื่อผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับบรรยากาศ

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

ตำนาน Envy ความริษยา

Envy” หรือ “ความริษยา” เป็นหนึ่งในอารมณ์ที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุดในจิตใจมนุษย์ นับตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน ความริษยาได้ถูกกล่าวถึงในตำนาน ศาสนา และวรรณกรรมทั่วโลกในฐานะต้นเหตุของความชั่วร้าย ความขัดแย้ง

และการล่มสลายของมวลมนุษย์ หลายวัฒนธรรมมองว่าริษยาเป็น “บาป” ที่ร้ายแรง เพราะมันสามารถผลักดันให้คนทำในสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรม เพื่อแย่งชิงในสิ่งที่ตนไม่มีหรือไม่สามารถครอบครองได้

ในตำนานตะวันตก โดยเฉพาะในศาสนาคริสต์ “Envy” เป็นหนึ่งใน **Seven Deadly Sins** หรือ “บาปมหันต์ทั้งเจ็ด”

ตำนาน Envy ความริษยา ซึ่งประกอบด้วย ความจองหอง (Pride), ความโลภ (Greed), ราคะ (Lust), ความโกรธ (Wrath), ความตะกละ (Gluttony), ความเกียจคร้าน (Sloth) และความริษยา (Envy) บาปริษยานี้ถูกมองว่าเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้ายอื่น ๆ เพราะมันทำให้มนุษย์ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี และเริ่มอิจฉาผู้อื่น จนก่อให้เกิดการทำลายล้างและความทุกข์ในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

ตำนานที่สะท้อนถึง “ความริษยา” อย่างชัดเจนที่สุดในพระคัมภีร์คือเรื่องของ **คาอินและอาเบล (Cain and Abel)** สองพี่น้องบุตรของอาดัมและอีฟ คาอินรู้สึกริษยาที่พระเจ้าทรงโปรดปรานเครื่องบูชาของอาเบลมากกว่าของเขา

ความอิจฉานี้ได้ก่อตัวเป็นความโกรธและความเกลียดชัง จนในที่สุดคาอินได้ฆ่าน้องชายของตนเอง กลายเป็นการฆาตกรรมครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ ตามคัมภีร์ เรื่องนี้สะท้อนว่า ความริษยาไม่เพียงทำลายผู้อื่น แต่ยังทำลายตัวผู้มีริษยาเอง เพราะหลังจากนั้นคาอินต้องถูกสาปให้เร่ร่อนอยู่ในความทุกข์ตลอดชีวิต

 

ในตำนานกรีก ความริษยาก็ปรากฏในหลายเรื่อง เช่น ตำนานของเทพีเฮรา (Hera)

พระมเหสีของเทพซูส เฮรามักถูกกล่าวถึงในฐานะเทพีแห่งความอิจฉา เพราะซูสมักมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ทั้งมนุษย์และเทพธิดา ความริษยาของเธอนำไปสู่โศกนาฏกรรมมากมาย เช่น การกลั่นแกล้งหญิงสาวที่ซูสรัก หรือการลงโทษลูก ๆ ของพวกนาง

 

 ตัวอย่างที่โด่งดังคือ เรื่องของเฮราคลีส (Heracles) หรือเฮอร์คิวลิส บุตรของซูสกับหญิงมนุษย์ เฮราริษยาและเกลียดชังเขามากจนพยายามสังหารตั้งแต่ยังเป็นทารก และต่อมาก็ส่งความบ้าคลั่งให้เขาฆ่าครอบครัวของตนเอง เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ความริษยาแม้อยู่ในจิตใจของเทพเจ้า ก็ยังสามารถก่อให้เกิดความหายนะ

 

ในวรรณกรรมคลาสสิก “Envy” ยังมักถูกสร้างเป็นตัวละครที่มีลักษณะบิดเบี้ยวและทุกข์ทรมานจากภายใน เช่น ในบทกวี “The Faerie Queene” ของ Edmund Spenser ตัวละคร Envy ถูกพรรณนาว่ามีผิวซีด ดวงตาแดงฉาน และหัวใจที่กัดกินตนเองด้วยความเกลียดชังต่อความสุขของผู้อื่น ภาพพจน์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่มีริษยามักทุกข์ทรมานจากภายใน ไม่ต่างจากงูที่กัดหางตนเอง

 

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ความริษยาไม่ใช่เพียงสิ่งเลวร้ายเสมอไป นักปรัชญาบางคน เช่น อริสโตเติล มองว่า ความริษยาอาจเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์พัฒนาตนเอง หากมันถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตของ “การแข่งขันเชิงบวก” แต่เมื่อความรู้สึกนี้เกินขอบเขต มันจะกลายเป็นพิษที่ทำลายทั้งจิตใจและสังคม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม

วิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัว สแตนเลส

เครื่องครัวสแตนเลสเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านยุคใหม่ เพราะทั้งสวย เงางาม ทนทาน ไม่ขึ้นสนิมง่าย และดูรักษาง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากใช้งานทุกวันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคราบต่าง ๆ เช่น คราบน้ำมัน คราบไหม้ คราบตะกรันน้ำ หรือรอยนิ้วมือที่ทำให้ดูหมอง ไม่เงาเหมือนใหม่

การทำความสะอาดเครื่องครัวสแตนเลสจึงต้องใช้วิธีที่ถูกต้อง เพื่อให้พื้นผิวไม่เป็นรอยและคงความเงางามได้ยาวนาน บทความนี้จึงรวบรวมวิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัวสแตนเลสให้ได้ผล พร้อมทริคดูแลให้ใช้งานได้อย่างทนทานกว่าเดิม

 

วิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัว สแตนเลส

อย่างแรกที่ควรรู้คือ สแตนเลสมีลายเส้นหรือทิศทางของเนื้อโลหะ การเช็ดทำความสะอาดควรเช็ดตามแนวเส้นเสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วนและให้เงาเนียนสม่ำเสมอ เริ่มจากคราบเบา ๆ อย่างรอยนิ้วมือและคราบฝุ่น ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย เช็ดด้วยผ้านุ่มหรือฟองน้ำ จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้งทันที วิธีนี้ง่ายที่สุดและเหมาะกับการทำความสะอาดประจำวัน 

 

แต่ถ้าคราบเริ่มฝังแน่น เช่น คราบน้ำมันเกาะหนา ควรใช้น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเป็นตัวช่วย โดยสามารถผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในอัตราส่วนเท่ากัน ฉีดลงบริเวณคราบ ทิ้งไว้ 5–10 นาที แล้วเช็ดออก คราบมันจะหลุดง่ายขึ้น หรือจะผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำให้เป็นเนื้อพาสต้า ทาทิ้งไว้แล้วขัดเบา ๆ ก็ช่วยขจัดคราบเหนียวได้ดี

 

สำหรับคราบไหม้ติดก้นหม้อหรือกระทะสแตนเลส ถือว่าเป็นปัญหาที่หลายคนหนักใจ วิธีแก้ไขคือเทน้ำลงไปให้ท่วมบริเวณไหม้ เติมเบกกิ้งโซดา 2–3 ช้อนโต๊ะ

แล้วต้มให้เดือดประมาณ 10–15 นาที ความร้อนจะช่วยให้คราบไหม้อ่อนตัว เมื่อเย็นลงใช้ฟองน้ำขัดเบา ๆ คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น หากยังหลงเหลืออยู่ สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาเพิ่มความแรงในการกำจัดคราบได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฝอยเหล็กหรือสก๊อตไบรต์แบบแข็ง เพราะอาจทำให้พื้นผิวเป็นรอยถาวร

 

คราบตะกรันน้ำหรือคราบขาวบนกาน้ำ หม้อ หรือซิงก์สแตนเลส สามารถกำจัดได้ด้วยน้ำส้มสายชูเช่นกัน เพียงแค่เทน้ำส้มสายชูลงไปในส่วนที่ต้องการ ทิ้งไว้ 15–20 นาที

แล้วล้างออก คราบขาวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเช็ดให้แห้งเพื่อป้องกันการเกิดคราบใหม่ ส่วนคราบสนิมเล็ก ๆ ที่อาจเกิดจากการสัมผัสโลหะอื่น สามารถขจัดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำและขัดด้วยผ้านุ่มอย่างระมัดระวัง

 

สุดท้ายเพื่อให้เครื่องครัวสแตนเลสเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ ควรเช็ดให้แห้งทันทีหลังล้าง ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงหรืออุปกรณ์ขัดที่มีความหยาบ

หากต้องการเพิ่มความเงา อาจใช้น้ำมันมะกอกหยดบนผ้านุ่มแล้วเช็ดบาง ๆ จะช่วยเคลือบผิวและลดรอยนิ้วมือได้ดี ทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำ รับรองว่าเครื่องครัวสแตนเลสของคุณจะสวย เงา และใช้งานได้ยาวนานเหมือนใหม่ทุกวัน.

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

สรรพากรแจง E-Receipt ซื้อหุ้นได้ หนุนการลงทุนยุคดิจิทัล

 

สรรพากรแจง E-Receipt กรมสรรพากรชี้แจงมาตรการสนับสนุนผู้เสียภาษีที่ลงทุนในตลาดหุ้น โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถใช้ E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี

เมื่อซื้อหุ้น ตามนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินและลดการใช้เอกสารกระดาษ

 

E-Receipt คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นอย่างไร?

E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่กรมสรรพากรนำมาใช้เพื่อลดภาระของผู้เสียภาษี โดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษในการยื่นภาษีหรือขอสิทธิ์ลดหย่อน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ได้กับหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาล การศึกษา และการลงทุนในกองทุนรวม ล่าสุด กรมสรรพากรได้ขยายขอบเขตให้สามารถใช้กับการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น และลดภาระด้านเอกสาร

 

หลักเกณฑ์ในการใช้ E-Receipt ซื้อหุ้นเพื่อขอลดหย่อนภาษี

  •  ต้องเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
  • หุ้นที่สามารถใช้ E-Receipt ในการลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
  • ต้องได้รับ E-Receipt จากบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่เข้าร่วมโครงการ
  • นักลงทุนต้องซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ E-Receipt ของกรมสรรพากร โดยระบบจะออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ให้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีได้

 

การนำไปใช้ลดหย่อนภาษีต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร

รายละเอียดเกี่ยวกับเพดานลดหย่อนและประเภทของหุ้นที่สามารถใช้สิทธิ์นี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่ใช้กับการลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF

 

ผลกระทบและข้อดีของมาตรการนี้

มาตรการนี้จะช่วยให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในหุ้นโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมานานแล้ว โดยมีข้อดีหลัก ๆ ได้แก่:

เพิ่มความสะดวกในการลงทุนนักลงทุนไม่ต้องเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษ ลดภาระการจัดเก็บเอกสารและความยุ่งยากในการยื่นภาษี

ส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากได้รับแรงจูงใจทางภาษี

ช่วยลดการใช้กระดาษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสนับสนุนแนวทางรัฐบาลดิจิทัลและนโยบาย Green Economy ลดขยะจากเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นภาษี

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขของการใช้ E-Receipt อย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการเข้าร่วมโครงการหรือไม่ นอกจากนี้ การลดหย่อนภาษีจากการซื้อหุ้นอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอประกาศจากกรมสรรพากร

 

การเปิดให้ E-Receipt ซื้อหุ้นได้ เป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ลดภาระเอกสาร และเพิ่มความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยช่วยให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้นและยังเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี