
สรรพากรแจง E-Receipt กรมสรรพากรชี้แจงมาตรการสนับสนุนผู้เสียภาษีที่ลงทุนในตลาดหุ้น โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถใช้ E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี
เมื่อซื้อหุ้น ตามนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินและลดการใช้เอกสารกระดาษ
E-Receipt คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นอย่างไร?
E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่กรมสรรพากรนำมาใช้เพื่อลดภาระของผู้เสียภาษี โดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษในการยื่นภาษีหรือขอสิทธิ์ลดหย่อน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ได้กับหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาล การศึกษา และการลงทุนในกองทุนรวม ล่าสุด กรมสรรพากรได้ขยายขอบเขตให้สามารถใช้กับการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น และลดภาระด้านเอกสาร
หลักเกณฑ์ในการใช้ E-Receipt ซื้อหุ้นเพื่อขอลดหย่อนภาษี
- ต้องเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
- หุ้นที่สามารถใช้ E-Receipt ในการลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
- ต้องได้รับ E-Receipt จากบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่เข้าร่วมโครงการ
- นักลงทุนต้องซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ E-Receipt ของกรมสรรพากร โดยระบบจะออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ให้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีได้
การนำไปใช้ลดหย่อนภาษีต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร
รายละเอียดเกี่ยวกับเพดานลดหย่อนและประเภทของหุ้นที่สามารถใช้สิทธิ์นี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่ใช้กับการลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF
ผลกระทบและข้อดีของมาตรการนี้
มาตรการนี้จะช่วยให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในหุ้นโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมานานแล้ว โดยมีข้อดีหลัก ๆ ได้แก่:
เพิ่มความสะดวกในการลงทุน –นักลงทุนไม่ต้องเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษ ลดภาระการจัดเก็บเอกสารและความยุ่งยากในการยื่นภาษี
ส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย –กระตุ้นให้ประชาชนเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากได้รับแรงจูงใจทางภาษี
ช่วยลดการใช้กระดาษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – สนับสนุนแนวทางรัฐบาลดิจิทัลและนโยบาย Green Economy ลดขยะจากเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นภาษี
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขของการใช้ E-Receipt อย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการเข้าร่วมโครงการหรือไม่ นอกจากนี้ การลดหย่อนภาษีจากการซื้อหุ้นอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอประกาศจากกรมสรรพากร
การเปิดให้ E-Receipt ซื้อหุ้นได้ เป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ลดภาระเอกสาร และเพิ่มความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยช่วยให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้นและยังเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังอย่างดี

การใส่ต่างหูแล้วเจ็บหรือมีเลือดออกอาจเกิดจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพร่างกาย การดูแลรักษาความสะอาด และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับต่างหูและลักษณะการใช้งาน โดยสามารถอธิบายเหตุผลหลัก ๆ ได้ดังนี้:
- การติดเชื้อที่บริเวณหู
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อที่รูเจาะหู การเจาะหูเป็นการสร้างแผลเปิด ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย เช่น Staphylococcus aureus หรือเชื้อราได้ อาการที่พบได้คืออาการบวมแดง ปวด มีน้ำเหลืองหรือหนอง และอาจมีเลือดออกบริเวณรูเจาะหู
- การแพ้โลหะในต่างหู
บางคนอาจมีอาการแพ้โลหะ เช่น นิกเกิล ซึ่งมักพบในต่างหูที่ทำจากโลหะผสมราคาถูก อาการแพ้โลหะสามารถทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังบริเวณรูเจาะหูอาจอักเสบ บวมแดง และมีเลือดออกในบางกรณี การเลือกต่างหูที่ทำจากวัสดุที่ปลอดภัย เช่น ทองคำบริสุทธิ์ (18K หรือ 24K) หรือไทเทเนียม จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
- การใส่ต่างหูที่รัดแน่นเกินไป
การใส่ต่างหูที่มีขนาดไม่เหมาะสมหรือปรับล็อคแน่นเกินไป อาจทำให้เกิดการกดทับและระคายเคืองที่บริเวณรูเจาะหู นำไปสู่การอักเสบหรือเลือดออกในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นต่างหูขนาดใหญ่หรือหนักเกินไป
- การทำความสะอาดไม่เพียงพอ
ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรูเจาะหู หากการทำความสะอาดไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ล้างมือก่อนจับต่างหูหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมในการเช็ดแผล อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลและทำให้เกิดการอักเสบหรือเลือดออกได้ ควรใช้น้ำเกลือทางการแพทย์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดบริเวณรูเจาะหู
- การเจาะหูที่ไม่ถูกวิธี
หากการเจาะหูไม่ได้ทำโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจเกิดปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการเจาะ เช่น ใช้เข็มเจาะที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือเจาะในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจกระทบกับเส้นเลือดฝอยหรือเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการเจ็บและเลือดออกได้ง่าย
- การใส่ต่างหูเร็วเกินไปหลังเจาะ
หลังการเจาะหูใหม่ ๆ แผลต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ในการหาย หากเปลี่ยนต่างหูเร็วเกินไปหรือใส่ต่างหูที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้แผลเกิดการฉีกขาดและมีเลือดออกได้
- การดึงหรือกระชากต่างหู
ในบางกรณีที่ต่างหูถูกดึงหรือเกี่ยวโดยไม่ตั้งใจ อาจทำให้รูเจาะหูฉีกขาด มีเลือดออก และอักเสบในภายหลัง หากเกิดเหตุการณ์นี้ควรหยุดใช้ต่างหูและรีบทำความสะอาดแผลทันที

วิธีป้องกันและดูแล
- เลือกต่างหูที่ทำจากวัสดุปลอดภัย เช่น ทองคำ ไทเทเนียม หรือเงินแท้
- ทำความสะอาดรูเจาะหูเป็นประจำ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการจับหรือหมุนต่างหูบ่อยเกินไป เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงต่างหูที่หนักหรือรัดแน่น และอย่าเปลี่ยนต่างหูในช่วงเวลาที่แผลยังไม่หายดี
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดง เจ็บ หรือมีหนอง ควรปรึกษาแพทย์ทันที
สนับสนุนโดย Hoiana Casino

13 ตุลาคม วันมหาวิปโยค ถือเป็นวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งคนไทยจดจำด้วยความอาลัยและเศร้าโศก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการต่อสู้ของประชาชน วีรชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ได้ฝากรอยประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่ออนาคตของชาติและเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง
13 ตุลา: บทเรียนทางการเมืองและประชาธิปไตย
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับวันที่ 13 ตุลาคม คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หรือที่เรียกกันว่า “วันมหาวิปโยค” แม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม แต่เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นคืนก่อนเกิดการลุกฮือครั้งใหญ่
ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งนำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร กลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยได้ออกมาเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลและประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงคืนวันที่ 13 ตุลาคม เมื่อการชุมนุมขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
วีรชนแห่ง 13 ตุลา และ 14 ตุลา
ในเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ทหารและตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด มีนักศึกษาและประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แม้จะเป็นวันที่โศกเศร้า แต่การลุกฮือของประชาชนครั้งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย
วีรชนที่ควรจดจำ
– นักศึกษาที่เป็นแกนนำ เช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, สุธรรม แสงประทุม, ธีรยุทธ บุญมี และอีกหลายคนที่กล้าหาญออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ
– ประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมชุมนุมและร่วมต่อสู้กับเผด็จการ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีชื่อเสียง แต่ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
การเสียสละของวีรชนเหล่านี้ทำให้รัฐบาลเผด็จการต้องลาออก และประเทศไทยได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยมากขึ้น แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคในเวลาต่อมา แต่วีรกรรมของผู้ที่เสียชีวิตและต่อสู้ในเหตุการณ์นี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง
ความสำคัญที่คนรุ่นหลังควรจดจำ
- เสรีภาพและประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่าย ๆ
เหตุการณ์ 13-14 ตุลา แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยต้องแลกมาด้วยเลือดและชีวิตของผู้คนมากมาย คนรุ่นหลังควรตระหนักว่าการมีสิทธิและเสรีภาพในปัจจุบันเกิดจากการต่อสู้ของผู้คนในอดีต
- การแสดงออกอย่างสันติและการเรียกร้องสิทธิ
นักศึกษาและประชาชนในเหตุการณ์นี้ใช้วิธีการประท้วงอย่างสันติ แต่กลับถูกใช้กำลังเข้าปราบปราม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเรียกร้องสิทธิควรได้รับการรับฟัง ไม่ใช่การตอบโต้ด้วยความรุนแรง
- บทเรียนจากประวัติศาสตร์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
เหตุการณ์ 13 ตุลา และ 14 ตุลา ควรเป็นเครื่องเตือนใจว่าการปกครองที่ขาดความเป็นธรรมสามารถนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง หากประชาชนถูกกดขี่หรือไม่ได้รับสิทธิที่พึงมี สังคมย่อมเกิดความไม่สงบ
สนับสนุนโดย คาสิโนเวียดนาม

5 สถานที่อับเดตใหม่ที่น่าเที่ยวเชียงใหม่ ปี 2023
1.สวนบ๊วย ดอยอ่างขาง กำลังที่นิยมกันมากแต่งตัวสไตล์เกาหลีก็แนะนำให้มาที่นี้เลย สถานที่เหมือนเราไปเที่ยวสวนตนไม้ซากุระบานสะพรั่ง ที่นี้จะเป็นต้นบ๊วยสะส่วนใหญ่ แต่ออกดอกมาสวยงามมาก มุมถ่ายรูปนั้น หลากหลาย มีให้เลือกให้หลายจุด แต่งตัวน่ารักๆ มาได้เลย ได้ฟิลแบบไปเที่ยวเกาหลีเลยละคะ
2.ลูฟี่ One Piece แห่งเมืองเชียงใหม่ เป็นร้านข้าวเหนียวมูลเปิดใหม่ ที่รสชาติอร่อยมาก มีพ่อค้าน่าตาดี แต่งตัวเป็นการตูนวันพีช บริการลูกค้าหน้าร้าน และที่เด่นเลยก็คือหน้าตาพ่อค้า คือหล่อมาก เป็นอีกจุดที่เรียกลูกค้าให้มาอุดหนุน
แต่รสชาติก็คืออร่อยมาก นะคะ จะตั้งอยู่ถนนสายต้นยาง ถนนเส้น เชียงใหม่ – ลำพูน มีหลากหลายเมนูมาก มีพื้นที่จอดรถอยู่เล็กน้อย ใครผ่านเส้นนี้ก็ลองแวะชิมดูนะคะ
3.คลองแม่ข่า สถานที่แห่งนี้ พึ่งจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ของเชียงใหม่ แต่ตกแต่งออกมาเป็ฯแนวญี่ปุ่นเลย โดยตั้งอยู่ที่ถนนศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน ของเชียงใหม่นี้เอง
และเชียงใหม่นั้นก็เป็นเมืองหลวงของภาคเหนือเลยที่ใครๆก็เดินทางมาง่าย และจังหวัดนี้เป็นจังหวัดใหญ่ รองรับนักท่องเที่ยวได้เยอะ จึงจัดที่นี้เป็นอีกจุดเช็คอินใหม่ ให้เข้ามาถ่ายรูป หาอะไรกิน บรรยากาศภายในนั้นเข้าไปแล้ว
เหมือนเราเที่ยวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเลยคะ โดยมีลำน้ำคั้นกลาง สะอาดมาก ตกแต่งออกมาคือดีย์มาก มาถ่ายรูปที่นี้กันเยอะๆนะคะ เชื่อเลยว่าบางคนจะคิดว่าเรานั้นบนไปไกลถึงญี่ปุ่นเลยละคะ
4.สวนดอกไม้ I love flower farm เชื่อว่าหลายๆคนคงติดตาดาราคุณเกรช กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า มาเที่ยวที่เชียงใหม่และได้แวะมาเทียวยังสถานที่แห่งนี้ เราก็ตามมาจากรีวิวและได้มาดูของจริงแล้วนั้น บรรยากาศคือดี
มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ใครมาช่วงไหนก็อาจจะได้ดอกไม้สีสันที่แต่งต่างกันออกไปตามฤดูกาล ทางสวนก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้เรื่อยๆ โดยที่มาแล้วรับรองได้รูปสวยงามเหมือนคุณเกรช แน่นอน
5.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่มีชื่อเสียงมากของเชียงใหม่ เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทยเลยก็ว่าได้ มีดอกไม้ หลากหลายพันธุ์ หลากหลายชนิด ทั้งดอกไม้เมืองหนาว และดอกเมืองร้อน มีให้เห็นของจริงเลย
น้องๆนักเรียนสามารถมาหาความรู้ที่นี้ได้เลย และบรรยากาศก็ดี แต่งตัวสวย หล่อ มาได้เลย ไม่ร้อนมากคะ อากาศปลอดโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย มาช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวนั้นดอกไม้จะบานสะพรั่ง สีสันสวยงามเป็นพิเศษ
บอกเลยว่าได้รูปที่สวยงามมาก เดินชมได้ทั้งวัน เพราะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้า ถึงค่ำของทุกวัน ภายในอุทยานก็มีอาหาร น้ำดื่ม ขายเป็ฯจุดๆ ให้บริการ
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังราคาถูก

ธุรกิจอาหารทดแทน
ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพเนื่องจากว่าในสังคมไทยปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาสนใจและนิยมเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลสุขภาพของตนเองกันมากขึ้น
อันที่จริงไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่ผู้คนทั่วโลกก็เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของตนเองจะเห็นได้จากว่าผู้คนเริ่มหันมาออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น
ซึ่งการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลเฉพาะเรื่องของการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะการทานอาหารเองก็ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทดแทนอาหารที่ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่หากใครยังไม่รู้จะทำธุรกิจอะไรสามารถทำธุรกิจนี้ได้แต่สามารถสร้างรายได้ให้ได้อย่างแน่นอน
ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้จะเห็นได้ว่าผู้คนหันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้นดังนั้นอาหารประเภทคีโตอาหารที่ไม่มีไขมันจึงได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก
ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีคนทำอาหารทดแทนเข้ามาขายกันมากยิ่งขึ้นและเชื่อว่าถึงตลาดนี้จะมีคนทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทดแทนเพิ่มมากขึ้นแต่ธุรกิจนี้ก็ยังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆดังนั้นถึงแม้จะมีคู่แข่งมากยิ่งขึ้นแต่เราก็ยังสามารถหารายได้จากธุรกิจนี้ได้อย่างแน่นอน

สำหรับอาหารทดแทนที่เรากำลังพูดถึงนั้นมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดซึ่งอาหารทดแทนนั้นเป็นอาหารที่ไม่เน้นทานเนื้อสัตว์ยกตัวอย่างเช่นอาหารวีแกน
หรืออาหารเจหรืออาหารประเภท Plant- based ซึ่งก็คืออาหารที่ผลิตขึ้นมาจากพืชโดยเป็นการผลิตเลียนแบบรสชาติของเนื้อสัตว์ อาหารทดแทนนั้นก็คืออาหารประเภทที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั่นเอง
สำหรับกลุ่มคนที่จะทานอาหารประเภททดแทนนั้นคนส่วนใหญ่เหล่านี้มักจะรู้สึกว่าการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้สุขภาพดีและมีอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้พวกเขายังมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยโรคให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเช่นการไม่ทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้ ช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นเพราะช่วยลดการฆ่าสัตว์นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย
ปัจจุบันคนไทยมีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้นที่หันมาสนใจรับประทานอาหารทดแทน ซึ่งคนกลุ่มที่ทานอาหารทดแทนเหล่านี้นั้นมักจะเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะ ด้วยเราจะสังเกตเห็นได้ว่าอาหารธรรมดาทั่วไปที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมนั้นราคาจะไม่แพงเท่ากับอาหารทดแทนหรืออาหารประเภท Plant- based
ดังนั้นถึงแม้ว่าการทำธุรกิจอาหารทดแทนจะเป็นธุรกิจสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มแต่ก็เป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อเป็นอย่างมากดังนั้นจึงสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดีและเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆได้อีกเช่นเดียวกัน
สนับสนุนโดย คาสิโน เวียดนาม ดานัง