ประวัติศาสตร์

ตำนานอาร์ดแองเจิล (Archangel)ของศาสนาคริสต์ 

ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์  จะไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ในคัมภีร์ใบเบิล ได้มีการพูดถึงนางฟ้าหรือ อาร์ดแองเจิล (Archangel) เอาไว้หลายคนด้วยกัน

ซึ่งอันที่จริงแล้ว    ในยุคโบราณ เมื่อโลกยังเต็มไปด้วยความวุ่นวายและมนุษย์ยังสับสนในความดีความชั่ว พระผู้เป็นเจ้าได้สร้างสิ่งทรงพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาทูตสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่หรือที่เรียกว่า อาร์ดแองเจิล เพื่อเป็นผู้พิทักษ์ และเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และอำนาจของพระองค์

 

ตามพระคัมภีร์ไบเบิล ทูตสวรรค์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงผู้ส่งสารธรรมดา แต่เป็นนักรบผู้ทรงฤทธิ์ มีหน้าที่รักษาคำสั่งของพระเจ้าและต่อสู้กับความมืด บทบาทของพวกเขาปรากฏในหลายตอน เช่น ใน หนังสือดาเนียล

มีการกล่าวถึง กาบรีเอล (Gabriel) ว่าเป็น “หนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญของพระเจ้า” ที่ช่วยเผยพระวจนะและให้ความกระจ่างแก่มนุษย์ กาบรีเอลเป็นทูตผู้สื่อสารความจริงของพระเจ้า โดยเฉพาะเมื่อประกาศข่าวประเสริฐเกี่ยวกับการเกิดของพระเยซูคริสต์แก่พระนางมารีย์

 

อีกหนึ่งอาร์ดแองเจิลผู้โด่งดังคือ ไมเคิล (Michael) พระนักรบแห่งสวรรค์ที่ถูกกล่าวถึงใน วิวรณ์  ว่า “ไมเคิลและทูตของเขาต่อสู้กับมังกร… และมังกรถูกโค่นลง” ไมเคิลเป็นผู้พิทักษ์แห่งประชากรของพระเจ้า และถือเป็นผู้ปกป้องความเชื่อที่แท้จริงจากพลังมืดและปีศาจ

นอกจากนี้ยังมี ราเฟเอล (Raphael) ที่ปรากฏใน หนังสือทูเบีย ราเฟเอลถูกส่งมาเพื่อรักษาผู้ป่วยและนำทางมนุษย์ไปสู่ความถูกต้อง ชื่อของเขาหมายถึง “พระเจ้ารักษา” ซึ่งสะท้อนถึงหน้าที่ของอาร์ดแองเจิลในการนำความหวังและความรอดมาให้

 

ในตำนานเล่าขานว่า อาร์ดแองเจิลแต่ละองค์มีภารกิจเฉพาะตนที่เชื่อมโยงกับองค์ประกอบของโลกและจิตวิญญาณมนุษย์ พวกเขาปรากฏต่อผู้ศรัทธาในยามวิกฤต เช่น การต่อสู้กับอธรรม การชี้ทางให้ผู้คนกลับคืนสู่หนทางแห่งความดี และการเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างที่ไม่เคยดับ

 

บางเรื่องเล่าว่าในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด หากมนุษย์ตั้งใจสวดอ้อนวอนด้วยใจบริสุทธิ์ อาร์ดแองเจิลจะเข้ามาใกล้ เสมือนมีแสงสีเงินส่องผ่านความมืด เป็นการเตือนใจว่าพลังแห่งความดีและพระเจ้าคู่กับผู้ที่ศรัทธาเสมอ

 

อาร์ดแองเจิลจึงมิใช่เพียงตัวละครในนิทาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจของพระเจ้า เชื่อมโยงระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ พวกเขาคือผู้พิทักษ์แห่งความเชื่อและผู้นำทางสู่ความรอด ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาในพระคัมภีร์ไม่เพียงเตือนใจเราถึงความดี แต่ยังสอนให้มนุษย์ยืนหยัดในความเชื่อ แม้ท่ามกลางความมืดและอธรรม

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี

ประวัติความเป็นมาของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) เยาวราช

 

ประวัติความเป็นมาของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) เยาวราช

วัดเล่งเน่ยยี่ หรือชื่อทางการว่า วัดมังกรกมลาวาส เป็นหนึ่งในวัดจีนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนมาหลายชั่วอายุคน ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม และความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและศาสนา 

 

วัดเล่งเน่ยยี่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยคหบดีชาวจีนฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วที่ตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์และแรงงานเพื่อก่อสร้างวัดแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนชาวจีน 

 

ชื่อ “เล่งเน่ยยี่”  แปลว่า วัดมังกรบัว สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรือง ขณะที่ชื่อไทยว่า วัดมังกรกมลาวาส มีความหมายคล้ายกัน โดย “มังกร” หมายถึงความแข็งแกร่งและอำนาจ ส่วน “กมลาวาส” หมายถึงสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์และศรัทธา 

 

วัดเล่งเน่ยยี่สร้างขึ้นตามแบบแผนสถาปัตยกรรมจีนแท้ๆ โดยได้รับอิทธิพลจากวัดจีนในมณฑลกวางตุ้ง โดยมีจุดเด่นคือ

– ซุ้มประตูทางเข้า ที่ประดับลวดลายมังกรและป้ายอักษรจีนที่แสดงถึงชื่อวัด 

– อาคารหลักของวัด หรือวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเทพเจ้าสำคัญต่างๆ โดยมีหลังคาสีแดงกระเบื้องเคลือบลวดลายมังกร

– เสาหินแกะสลักลวดลายมังกรพันเสา เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง

– ภายในตกแต่งด้วยศิลปะจีนแบบโบราณ มีจิตรกรรมฝาผนังและเครื่องบูชาแบบจีนดั้งเดิม

 

เทพเจ้าสำคัญภายในวัด

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าจีนหลายองค์ที่ผู้คนให้ความเคารพศรัทธา ได้แก่

– พระศรีศากยมุนี (พระพุทธเจ้า)

– พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม)

– ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา

– หมอฮั่วท้อ เทพแห่งการรักษาโรค

– เจ้าพ่อกวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และความยุติธรรม 

 

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการ แก้ปีชง ตามความเชื่อของชาวจีน โดยมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาไหว้เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ยในช่วง ตรุษจีนเพื่อขอพรให้ชีวิตราบรื่นและพ้นเคราะห์ นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมทางศาสนาจีน เช่น พิธีสะเดาะเคราะห์ แก้ชง และการไหว้เจ้าในเทศกาลสำคัญต่างๆ

 

นอกจากเป็นศูนย์กลางทางศาสนาแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ยังมีบทบาทสำคัญในชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาและการกุศล เช่น การแจกข้าวสารและอาหารแก่ผู้ยากไร้ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจีนมักแวะเวียนมาเยี่ยมชม

 

ปัจจุบันวัดเล่งเน่ยยี่ยังคงเป็นหนึ่งในวัดที่มีผู้คนเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมี  ฮอยอาน่า    วัดในเครือเดียวกัน ได้แก่ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 (วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์) ที่นนทบุรี และ วัดเล่งเน่ยยี่ 3 ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับจำนวนผู้ศรัทธาที่เพิ่มขึ้น 

 

วัดเล่งเน่ยยี่เป็นมากกว่าวัดจีนในเยาวราช แต่เป็นศูนย์กลางศาสนา วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาปัตยกรรมที่งดงาม และความเชื่อทางศาสนา วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทั้งในแง่ของศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทย

2 ชายหาดจันทบุรีที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นอายเขตร้อน   

2 ชายหาดจันทบุรีที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มด่ำกับกลิ่นอายเขตร้อน   

แนวชายฝั่งของเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยชายหาดที่ดีที่สุด และนักท่องเที่ยวยังไม่เคยค้นพบอัญมณีเม็ดงามแห่งนี้ในภาคตะวันออกของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเพียงการแอบดูชายหาดที่ดีที่สุดของจันทบุรี

1.หาดเจ้าหลาว  

หาดเจ้าหลาวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดฝั่งนี้ถือเป็นภาพแห่งความสงบและสันติสุข แม้ว่าจะเป็นที่นิยม แต่คุณจะพบนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากในแต่ละครั้งบนชายหาดแห่งนี้ ซึ่งมีน้ำทะเลใสราวคริสตัลและบรรยากาศเงียบสงบ ต้นมะพร้าวที่เรียงรายเป็นทิวแถวให้ร่มเงาแก่ผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนและดื่มด่ำกับทิวทัศน์ทั้งหมด  

สำหรับผู้ที่ชอบผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ สามารถนั่งบานาน่าโบ๊ทดำน้ำชมแนวปะการังอันงดงามได้ ส่วนใครที่ดำน้ำไม่เป็นหรือไม่อยากดำน้ำก็จะมีเรือท้องกระจกผ่าน 

 

ซึ่งคุณสามารถชื่นชมชีวิตใต้ท้องทะเลที่สวยงามของชายหาดที่สวยงามแห่งนี้ นอกจากนี้เนื่องจากน้ำในชายหาดแห่งนี้ค่อนข้างตื้น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี อีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครทราบก็คือทริปตกปลาหมึกตอนกลางคืน  

หากจับได้ก็อนุญาตให้ย่างและรับประทานสดๆ บนเรือได้ แต่จะจัดขึ้นเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤษภาคมเท่านั้น ดังนั้นหากมาช่วงนั้นก็ควรสัมผัสประสบการณ์นี้อย่างแน่นอน

คุณสามารถพักผ่อนในร้านอาหารสักแห่งบนชายหาดได้ คุณจะได้รับอาหารให้เลือกมากมายโดยเฉพาะอาหารทะเลในราคาที่ดีที่สุดและอร่อยเช่นเคย มีตัวเลือกมากมายแม้ว่าคุณจะต้องการพักค้างคืนที่นั่นก็ตาม เนื่องจากมีรีสอร์ทมากมายที่ให้บริการที่ดีที่สุด   

 

2.หาดคุ้งวิมาน  

ชายหาดแห่งนี้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเป็นหนึ่งในชายหาดเหล่านั้นที่คุณสามารถพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน ใต้ร่มเงาของต้นไม้มากมาย และเพียงจ้องมองทะเล มันน่าทึ่งและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน แม้ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์อาจมีผู้คนหนาแน่นเล็กน้อย

แต่วันธรรมดาเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมชายหาดเล็กๆ และสะอาดแห่งนี้   ขณะที่ลมทะเลพัดกระทบใบหน้าของคุณ ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ

 

ซึ่งคุณจะได้เห็นที่นี่ ทรายสีทองและน้ำทะเลใสทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้มาที่ชายหาดเล็กๆ แห่งนี้ในจันทบุรี หากคุณรู้สึกเบื่อจนเราสงสัยว่าคุณจะรู้สึกเบื่อ คุณสามารถลองตกปลาได้ มีปลาหลากหลายชนิดที่คุณจะได้พบกับที่นี่

สิ่งที่ทำให้ชายหาดน่าขบขันมากขึ้นคือชิงช้าที่เกาะอยู่บนต้นไม้ซึ่งคุณสามารถนั่งเล่นชิงช้าได้ ที่นี่ก็ไม่มีร้านอาหารขาดแคลนเช่นกัน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอาหารไปยังที่ที่คุณนั่งอยู่ในขณะที่คุณชมวิว มีรีสอร์ทอยู่ไม่กี่แห่งหากคุณตัดสินใจพักค้างคืน

ซึ่งก็น่าจะควรทำ เพราะไม่ใช่ทุกวันที่คุณจะตื่นขึ้นมาเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ อย่าคาดหวังว่าจะมีกิจกรรมอื่นๆ บนชายหาดแห่งนี้ เนื่องจากไม่มีเลย นี่เป็นสถานที่เพียงเพื่อผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับบรรยากาศ

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

ตำนาน Envy ความริษยา

Envy” หรือ “ความริษยา” เป็นหนึ่งในอารมณ์ที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุดในจิตใจมนุษย์ นับตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน ความริษยาได้ถูกกล่าวถึงในตำนาน ศาสนา และวรรณกรรมทั่วโลกในฐานะต้นเหตุของความชั่วร้าย ความขัดแย้ง

และการล่มสลายของมวลมนุษย์ หลายวัฒนธรรมมองว่าริษยาเป็น “บาป” ที่ร้ายแรง เพราะมันสามารถผลักดันให้คนทำในสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรม เพื่อแย่งชิงในสิ่งที่ตนไม่มีหรือไม่สามารถครอบครองได้

ในตำนานตะวันตก โดยเฉพาะในศาสนาคริสต์ “Envy” เป็นหนึ่งใน **Seven Deadly Sins** หรือ “บาปมหันต์ทั้งเจ็ด”

ตำนาน Envy ความริษยา ซึ่งประกอบด้วย ความจองหอง (Pride), ความโลภ (Greed), ราคะ (Lust), ความโกรธ (Wrath), ความตะกละ (Gluttony), ความเกียจคร้าน (Sloth) และความริษยา (Envy) บาปริษยานี้ถูกมองว่าเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้ายอื่น ๆ เพราะมันทำให้มนุษย์ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี และเริ่มอิจฉาผู้อื่น จนก่อให้เกิดการทำลายล้างและความทุกข์ในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

ตำนานที่สะท้อนถึง “ความริษยา” อย่างชัดเจนที่สุดในพระคัมภีร์คือเรื่องของ **คาอินและอาเบล (Cain and Abel)** สองพี่น้องบุตรของอาดัมและอีฟ คาอินรู้สึกริษยาที่พระเจ้าทรงโปรดปรานเครื่องบูชาของอาเบลมากกว่าของเขา

ความอิจฉานี้ได้ก่อตัวเป็นความโกรธและความเกลียดชัง จนในที่สุดคาอินได้ฆ่าน้องชายของตนเอง กลายเป็นการฆาตกรรมครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ ตามคัมภีร์ เรื่องนี้สะท้อนว่า ความริษยาไม่เพียงทำลายผู้อื่น แต่ยังทำลายตัวผู้มีริษยาเอง เพราะหลังจากนั้นคาอินต้องถูกสาปให้เร่ร่อนอยู่ในความทุกข์ตลอดชีวิต

 

ในตำนานกรีก ความริษยาก็ปรากฏในหลายเรื่อง เช่น ตำนานของเทพีเฮรา (Hera)

พระมเหสีของเทพซูส เฮรามักถูกกล่าวถึงในฐานะเทพีแห่งความอิจฉา เพราะซูสมักมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ทั้งมนุษย์และเทพธิดา ความริษยาของเธอนำไปสู่โศกนาฏกรรมมากมาย เช่น การกลั่นแกล้งหญิงสาวที่ซูสรัก หรือการลงโทษลูก ๆ ของพวกนาง

 

 ตัวอย่างที่โด่งดังคือ เรื่องของเฮราคลีส (Heracles) หรือเฮอร์คิวลิส บุตรของซูสกับหญิงมนุษย์ เฮราริษยาและเกลียดชังเขามากจนพยายามสังหารตั้งแต่ยังเป็นทารก และต่อมาก็ส่งความบ้าคลั่งให้เขาฆ่าครอบครัวของตนเอง เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ความริษยาแม้อยู่ในจิตใจของเทพเจ้า ก็ยังสามารถก่อให้เกิดความหายนะ

 

ในวรรณกรรมคลาสสิก “Envy” ยังมักถูกสร้างเป็นตัวละครที่มีลักษณะบิดเบี้ยวและทุกข์ทรมานจากภายใน เช่น ในบทกวี “The Faerie Queene” ของ Edmund Spenser ตัวละคร Envy ถูกพรรณนาว่ามีผิวซีด ดวงตาแดงฉาน และหัวใจที่กัดกินตนเองด้วยความเกลียดชังต่อความสุขของผู้อื่น ภาพพจน์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่มีริษยามักทุกข์ทรมานจากภายใน ไม่ต่างจากงูที่กัดหางตนเอง

 

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ความริษยาไม่ใช่เพียงสิ่งเลวร้ายเสมอไป นักปรัชญาบางคน เช่น อริสโตเติล มองว่า ความริษยาอาจเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์พัฒนาตนเอง หากมันถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตของ “การแข่งขันเชิงบวก” แต่เมื่อความรู้สึกนี้เกินขอบเขต มันจะกลายเป็นพิษที่ทำลายทั้งจิตใจและสังคม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม

วิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัว สแตนเลส

เครื่องครัวสแตนเลสเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านยุคใหม่ เพราะทั้งสวย เงางาม ทนทาน ไม่ขึ้นสนิมง่าย และดูรักษาง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากใช้งานทุกวันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคราบต่าง ๆ เช่น คราบน้ำมัน คราบไหม้ คราบตะกรันน้ำ หรือรอยนิ้วมือที่ทำให้ดูหมอง ไม่เงาเหมือนใหม่

การทำความสะอาดเครื่องครัวสแตนเลสจึงต้องใช้วิธีที่ถูกต้อง เพื่อให้พื้นผิวไม่เป็นรอยและคงความเงางามได้ยาวนาน บทความนี้จึงรวบรวมวิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัวสแตนเลสให้ได้ผล พร้อมทริคดูแลให้ใช้งานได้อย่างทนทานกว่าเดิม

 

วิธีทำความสะอาดคราบบนเครื่องครัว สแตนเลส

อย่างแรกที่ควรรู้คือ สแตนเลสมีลายเส้นหรือทิศทางของเนื้อโลหะ การเช็ดทำความสะอาดควรเช็ดตามแนวเส้นเสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วนและให้เงาเนียนสม่ำเสมอ เริ่มจากคราบเบา ๆ อย่างรอยนิ้วมือและคราบฝุ่น ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย เช็ดด้วยผ้านุ่มหรือฟองน้ำ จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้งทันที วิธีนี้ง่ายที่สุดและเหมาะกับการทำความสะอาดประจำวัน 

 

แต่ถ้าคราบเริ่มฝังแน่น เช่น คราบน้ำมันเกาะหนา ควรใช้น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเป็นตัวช่วย โดยสามารถผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในอัตราส่วนเท่ากัน ฉีดลงบริเวณคราบ ทิ้งไว้ 5–10 นาที แล้วเช็ดออก คราบมันจะหลุดง่ายขึ้น หรือจะผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำให้เป็นเนื้อพาสต้า ทาทิ้งไว้แล้วขัดเบา ๆ ก็ช่วยขจัดคราบเหนียวได้ดี

 

สำหรับคราบไหม้ติดก้นหม้อหรือกระทะสแตนเลส ถือว่าเป็นปัญหาที่หลายคนหนักใจ วิธีแก้ไขคือเทน้ำลงไปให้ท่วมบริเวณไหม้ เติมเบกกิ้งโซดา 2–3 ช้อนโต๊ะ

แล้วต้มให้เดือดประมาณ 10–15 นาที ความร้อนจะช่วยให้คราบไหม้อ่อนตัว เมื่อเย็นลงใช้ฟองน้ำขัดเบา ๆ คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น หากยังหลงเหลืออยู่ สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาเพิ่มความแรงในการกำจัดคราบได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฝอยเหล็กหรือสก๊อตไบรต์แบบแข็ง เพราะอาจทำให้พื้นผิวเป็นรอยถาวร

 

คราบตะกรันน้ำหรือคราบขาวบนกาน้ำ หม้อ หรือซิงก์สแตนเลส สามารถกำจัดได้ด้วยน้ำส้มสายชูเช่นกัน เพียงแค่เทน้ำส้มสายชูลงไปในส่วนที่ต้องการ ทิ้งไว้ 15–20 นาที

แล้วล้างออก คราบขาวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเช็ดให้แห้งเพื่อป้องกันการเกิดคราบใหม่ ส่วนคราบสนิมเล็ก ๆ ที่อาจเกิดจากการสัมผัสโลหะอื่น สามารถขจัดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำและขัดด้วยผ้านุ่มอย่างระมัดระวัง

 

สุดท้ายเพื่อให้เครื่องครัวสแตนเลสเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ ควรเช็ดให้แห้งทันทีหลังล้าง ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงหรืออุปกรณ์ขัดที่มีความหยาบ

หากต้องการเพิ่มความเงา อาจใช้น้ำมันมะกอกหยดบนผ้านุ่มแล้วเช็ดบาง ๆ จะช่วยเคลือบผิวและลดรอยนิ้วมือได้ดี ทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำ รับรองว่าเครื่องครัวสแตนเลสของคุณจะสวย เงา และใช้งานได้ยาวนานเหมือนใหม่ทุกวัน.

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ

สรรพากรแจง E-Receipt ซื้อหุ้นได้ หนุนการลงทุนยุคดิจิทัล

 

สรรพากรแจง E-Receipt กรมสรรพากรชี้แจงมาตรการสนับสนุนผู้เสียภาษีที่ลงทุนในตลาดหุ้น โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถใช้ E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี

เมื่อซื้อหุ้น ตามนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินและลดการใช้เอกสารกระดาษ

 

E-Receipt คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นอย่างไร?

E-Receipt หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่กรมสรรพากรนำมาใช้เพื่อลดภาระของผู้เสียภาษี โดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษในการยื่นภาษีหรือขอสิทธิ์ลดหย่อน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ได้กับหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาล การศึกษา และการลงทุนในกองทุนรวม ล่าสุด กรมสรรพากรได้ขยายขอบเขตให้สามารถใช้กับการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น และลดภาระด้านเอกสาร

 

หลักเกณฑ์ในการใช้ E-Receipt ซื้อหุ้นเพื่อขอลดหย่อนภาษี

  •  ต้องเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
  • หุ้นที่สามารถใช้ E-Receipt ในการลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
  • ต้องได้รับ E-Receipt จากบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่เข้าร่วมโครงการ
  • นักลงทุนต้องซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ E-Receipt ของกรมสรรพากร โดยระบบจะออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ให้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีได้

 

การนำไปใช้ลดหย่อนภาษีต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร

รายละเอียดเกี่ยวกับเพดานลดหย่อนและประเภทของหุ้นที่สามารถใช้สิทธิ์นี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่ใช้กับการลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF

 

ผลกระทบและข้อดีของมาตรการนี้

มาตรการนี้จะช่วยให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในหุ้นโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมานานแล้ว โดยมีข้อดีหลัก ๆ ได้แก่:

เพิ่มความสะดวกในการลงทุนนักลงทุนไม่ต้องเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษ ลดภาระการจัดเก็บเอกสารและความยุ่งยากในการยื่นภาษี

ส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากได้รับแรงจูงใจทางภาษี

ช่วยลดการใช้กระดาษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสนับสนุนแนวทางรัฐบาลดิจิทัลและนโยบาย Green Economy ลดขยะจากเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นภาษี

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขของการใช้ E-Receipt อย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการเข้าร่วมโครงการหรือไม่ นอกจากนี้ การลดหย่อนภาษีจากการซื้อหุ้นอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอประกาศจากกรมสรรพากร

 

การเปิดให้ E-Receipt ซื้อหุ้นได้ เป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ลดภาระเอกสาร และเพิ่มความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยช่วยให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้นและยังเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี

13 ตุลาคม วันมหาวิปโยค วีรชนคนรุ่นหลังที่ควรจดจำ  

13 ตุลาคม วันมหาวิปโยค ถือเป็นวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งคนไทยจดจำด้วยความอาลัยและเศร้าโศก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการต่อสู้ของประชาชน วีรชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ได้ฝากรอยประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่ออนาคตของชาติและเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง  

 

13 ตุลา: บทเรียนทางการเมืองและประชาธิปไตย

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับวันที่ 13 ตุลาคม คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หรือที่เรียกกันว่า “วันมหาวิปโยค” แม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม แต่เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นคืนก่อนเกิดการลุกฮือครั้งใหญ่  

 

ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งนำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร กลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยได้ออกมาเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลและประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงคืนวันที่ 13 ตุลาคม เมื่อการชุมนุมขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  

 

วีรชนแห่ง 13 ตุลา และ 14 ตุลา  

ในเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ทหารและตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด มีนักศึกษาและประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แม้จะเป็นวันที่โศกเศร้า แต่การลุกฮือของประชาชนครั้งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย  

 

วีรชนที่ควรจดจำ 

– นักศึกษาที่เป็นแกนนำ เช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, สุธรรม แสงประทุม, ธีรยุทธ บุญมี และอีกหลายคนที่กล้าหาญออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ  

– ประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมชุมนุมและร่วมต่อสู้กับเผด็จการ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีชื่อเสียง แต่ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม   

 การเสียสละของวีรชนเหล่านี้ทำให้รัฐบาลเผด็จการต้องลาออก และประเทศไทยได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยมากขึ้น แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคในเวลาต่อมา แต่วีรกรรมของผู้ที่เสียชีวิตและต่อสู้ในเหตุการณ์นี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง  

 

ความสำคัญที่คนรุ่นหลังควรจดจำ 

  1. เสรีภาพและประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่าย ๆ 

   เหตุการณ์ 13-14 ตุลา แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยต้องแลกมาด้วยเลือดและชีวิตของผู้คนมากมาย คนรุ่นหลังควรตระหนักว่าการมีสิทธิและเสรีภาพในปัจจุบันเกิดจากการต่อสู้ของผู้คนในอดีต  

  1. การแสดงออกอย่างสันติและการเรียกร้องสิทธิ  

   นักศึกษาและประชาชนในเหตุการณ์นี้ใช้วิธีการประท้วงอย่างสันติ แต่กลับถูกใช้กำลังเข้าปราบปราม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญว่าการเรียกร้องสิทธิควรได้รับการรับฟัง ไม่ใช่การตอบโต้ด้วยความรุนแรง  

  1. บทเรียนจากประวัติศาสตร์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ 

   เหตุการณ์ 13 ตุลา และ 14 ตุลา ควรเป็นเครื่องเตือนใจว่าการปกครองที่ขาดความเป็นธรรมสามารถนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง หากประชาชนถูกกดขี่หรือไม่ได้รับสิทธิที่พึงมี สังคมย่อมเกิดความไม่สงบ 

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม

5 สถานที่อับเดตใหม่ที่น่าเที่ยวเชียงใหม่ 

5 สถานที่อับเดตใหม่ที่น่าเที่ยวเชียงใหม่ ปี 2023   

1.สวนบ๊วย ดอยอ่างขาง   กำลังที่นิยมกันมากแต่งตัวสไตล์เกาหลีก็แนะนำให้มาที่นี้เลย  สถานที่เหมือนเราไปเที่ยวสวนตนไม้ซากุระบานสะพรั่ง  ที่นี้จะเป็นต้นบ๊วยสะส่วนใหญ่  แต่ออกดอกมาสวยงามมาก   มุมถ่ายรูปนั้น หลากหลาย  มีให้เลือกให้หลายจุด  แต่งตัวน่ารักๆ มาได้เลย    ได้ฟิลแบบไปเที่ยวเกาหลีเลยละคะ 

 

2.ลูฟี่ One Piece แห่งเมืองเชียงใหม่   เป็นร้านข้าวเหนียวมูลเปิดใหม่  ที่รสชาติอร่อยมาก   มีพ่อค้าน่าตาดี แต่งตัวเป็นการตูนวันพีช  บริการลูกค้าหน้าร้าน  และที่เด่นเลยก็คือหน้าตาพ่อค้า คือหล่อมาก เป็นอีกจุดที่เรียกลูกค้าให้มาอุดหนุน 

แต่รสชาติก็คืออร่อยมาก นะคะ    จะตั้งอยู่ถนนสายต้นยาง  ถนนเส้น เชียงใหม่ – ลำพูน   มีหลากหลายเมนูมาก   มีพื้นที่จอดรถอยู่เล็กน้อย   ใครผ่านเส้นนี้ก็ลองแวะชิมดูนะคะ

 

3.คลองแม่ข่า  สถานที่แห่งนี้ พึ่งจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ของเชียงใหม่ แต่ตกแต่งออกมาเป็ฯแนวญี่ปุ่นเลย โดยตั้งอยู่ที่ถนนศรีดอนไชย  ตำบลช้างคลาน   ของเชียงใหม่นี้เอง 

และเชียงใหม่นั้นก็เป็นเมืองหลวงของภาคเหนือเลยที่ใครๆก็เดินทางมาง่าย และจังหวัดนี้เป็นจังหวัดใหญ่  รองรับนักท่องเที่ยวได้เยอะ  จึงจัดที่นี้เป็นอีกจุดเช็คอินใหม่ ให้เข้ามาถ่ายรูป หาอะไรกิน   บรรยากาศภายในนั้นเข้าไปแล้ว

เหมือนเราเที่ยวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเลยคะ  โดยมีลำน้ำคั้นกลาง สะอาดมาก   ตกแต่งออกมาคือดีย์มาก    มาถ่ายรูปที่นี้กันเยอะๆนะคะ  เชื่อเลยว่าบางคนจะคิดว่าเรานั้นบนไปไกลถึงญี่ปุ่นเลยละคะ  

 

4.สวนดอกไม้ I love flower farm    เชื่อว่าหลายๆคนคงติดตาดาราคุณเกรช  กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า   มาเที่ยวที่เชียงใหม่และได้แวะมาเทียวยังสถานที่แห่งนี้  เราก็ตามมาจากรีวิวและได้มาดูของจริงแล้วนั้น บรรยากาศคือดี

มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์  ใครมาช่วงไหนก็อาจจะได้ดอกไม้สีสันที่แต่งต่างกันออกไปตามฤดูกาล   ทางสวนก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้เรื่อยๆ โดยที่มาแล้วรับรองได้รูปสวยงามเหมือนคุณเกรช แน่นอน  

 

5.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่   เป็นสถานที่มีชื่อเสียงมากของเชียงใหม่   เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในไทยเลยก็ว่าได้  มีดอกไม้ หลากหลายพันธุ์ หลากหลายชนิด ทั้งดอกไม้เมืองหนาว และดอกเมืองร้อน มีให้เห็นของจริงเลย  

น้องๆนักเรียนสามารถมาหาความรู้ที่นี้ได้เลย  และบรรยากาศก็ดี   แต่งตัวสวย หล่อ  มาได้เลย  ไม่ร้อนมากคะ  อากาศปลอดโปร่ง   ลมพัดเย็นสบาย   มาช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวนั้นดอกไม้จะบานสะพรั่ง สีสันสวยงามเป็นพิเศษ 

บอกเลยว่าได้รูปที่สวยงามมาก  เดินชมได้ทั้งวัน  เพราะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้า ถึงค่ำของทุกวัน   ภายในอุทยานก็มีอาหาร น้ำดื่ม ขายเป็ฯจุดๆ ให้บริการ 

 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังราคาถูก

ธุรกิจอาหารทดแทน 

ธุรกิจอาหารทดแทน 

    ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพเนื่องจากว่าในสังคมไทยปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาสนใจและนิยมเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลสุขภาพของตนเองกันมากขึ้น

อันที่จริงไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะคนไทยเท่านั้นแต่ผู้คนทั่วโลกก็เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของตนเองจะเห็นได้จากว่าผู้คนเริ่มหันมาออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น

 

     ซึ่งการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลเฉพาะเรื่องของการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะการทานอาหารเองก็ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทดแทนอาหารที่ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่หากใครยังไม่รู้จะทำธุรกิจอะไรสามารถทำธุรกิจนี้ได้แต่สามารถสร้างรายได้ให้ได้อย่างแน่นอน 

 

   ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้จะเห็นได้ว่าผู้คนหันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้นดังนั้นอาหารประเภทคีโตอาหารที่ไม่มีไขมันจึงได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก

ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีคนทำอาหารทดแทนเข้ามาขายกันมากยิ่งขึ้นและเชื่อว่าถึงตลาดนี้จะมีคนทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทดแทนเพิ่มมากขึ้นแต่ธุรกิจนี้ก็ยังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆดังนั้นถึงแม้จะมีคู่แข่งมากยิ่งขึ้นแต่เราก็ยังสามารถหารายได้จากธุรกิจนี้ได้อย่างแน่นอน 

 

   สำหรับอาหารทดแทนที่เรากำลังพูดถึงนั้นมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดซึ่งอาหารทดแทนนั้นเป็นอาหารที่ไม่เน้นทานเนื้อสัตว์ยกตัวอย่างเช่นอาหารวีแกน  

หรืออาหารเจหรืออาหารประเภท Plant- based  ซึ่งก็คืออาหารที่ผลิตขึ้นมาจากพืชโดยเป็นการผลิตเลียนแบบรสชาติของเนื้อสัตว์   อาหารทดแทนนั้นก็คืออาหารประเภทที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั่นเอง 

 

    สำหรับกลุ่มคนที่จะทานอาหารประเภททดแทนนั้นคนส่วนใหญ่เหล่านี้มักจะรู้สึกว่าการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้สุขภาพดีและมีอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้พวกเขายังมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยโรคให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเช่นการไม่ทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์นั้นจะทำให้ ช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นเพราะช่วยลดการฆ่าสัตว์นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย 

 

    ปัจจุบันคนไทยมีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้นที่หันมาสนใจรับประทานอาหารทดแทน  ซึ่งคนกลุ่มที่ทานอาหารทดแทนเหล่านี้นั้นมักจะเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะ  ด้วยเราจะสังเกตเห็นได้ว่าอาหารธรรมดาทั่วไปที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมนั้นราคาจะไม่แพงเท่ากับอาหารทดแทนหรืออาหารประเภท  Plant- based   

   ดังนั้นถึงแม้ว่าการทำธุรกิจอาหารทดแทนจะเป็นธุรกิจสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มแต่ก็เป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อเป็นอย่างมากดังนั้นจึงสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดีและเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆได้อีกเช่นเดียวกัน

 

 

สนับสนุนโดย    คาสิโน เวียดนาม ดานัง

เปิดวิธีเล่นเกมอย่างไรไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย

ต้องยอมรับเลยว่า การเล่นเกมไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน หรือรูปอบบไหนก็ตามย่อมเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และนิยมเล่นกันเป็นอย่างมาก เพราะเกมเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน และสร้างความสุขได้

อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด ช่วยป้องกันโรคร้าย และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย จึงทำให้การเล่นเกม ที่ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนก็ตาม ก็ยังเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมนั่นเอง

แต่รู้หรือไม่ว่า ถึงแม้การเล่นเกมจะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ หรือได้รับความนิยมมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากเราไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลระกาสุขภาพร่างกาย แจจะทำให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบต่าง ๆ ได้ง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายจากการเล่นเกม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากเราไม่หักโหมกับการเล่นเกมมาจนเกินไป

ก็อาจจะทำให้การเล่นเกมนั้นเกิดประโยชน์ และดีต่อเราได้เช่นกันนั้น อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมย่อมมาพร้อมกับโรคร้ายที่หลายคนมองข้าม ซึ่งสำหรับใครที่ต้องจะเล่นเกมให้เกิดประโยชน์ ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธี  เล่นเกมอย่างไรไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย 

1.การหมั่นยืดเส้นยืดสาย เนื่องจากที่เรานั่งนานเกินไป อาจจะทำให้กล้ามเนื้อของเราเกิดอาการเกร็งได้ จนอาจทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยได้ง่าย ซึ่งทางที่เราหากเราไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นเกม

การยืดเส้นยืดสาย หรือการลุกออกจากที่นั่งบ่อย ๆ จะยิ่งทำให้เราได้เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่รู้สึกปวดเมื่อย เพราะโดยปกติแล้วเราก็ควรที่จะเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของร่างกายนั่นเอง 

 

2.การทานอาหารที่เหมาะสม สำหรับสายเกมเมอร์ ส่วนใหญ่แล้วควรที่จะให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหาร เพราะเป็นสิ่งร่างกายต้องการ เพื่อให้การเล่นเกมไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วย

ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเล่นเกมหนักมากแค่ไหนก็ตาม การที่เราเลือกทานอาหารที่เหมาะสม และมีประโยชน์ ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่จะทำให้เรานั้นแงกันร่างกายจากโรคร้ายได้ 

 

3.การแบ่งเวลาให้เหมาะสม สิ่งสำคัญที่เราจะห่างไกลจากโรคร้ายได้คือ การที่เรารู้จักแบ่งเวลาในการเล่นเกม ไม่หักโหมมากเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเล่นเกม รับรองได้เลยว่า จะทำให้เราเล่นเกมได้โดยที่ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพร่างกาย อีกทั้งยังทำให้เราสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังราคาถูก